094-991-5369 เปิดทุกวัน · จ–ศ 07.30–08.30, 17.00–20.00 · ส–อา 07.30–10.30, 17.00–20.00
โรคเรื้อรัง

เบาหวาน รู้ทันป้องกันภาวะแทรกซ้อน

เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่พบบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ และมักไม่แสดงอาการในระยะแรก หากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุม น้ำตาลในเลือดที่สูงเรื้อรังจะค่อย ๆ ทำลายอวัยวะสำคัญ บทความนี้ช่วยให้คุณรู้ทันโรค ดูแลตัวเองได้ถูกทาง และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

25 มิถุนายน 2569 อ่าน 6 นาที โดยทีมแพทย์ คลินิกแพทย์อภิเดช
เบาหวาน รู้ทันป้องกันภาวะแทรกซ้อน

เบาหวาน (Diabetes) คือภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง เพราะร่างกายสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่พอ หรือใช้อินซูลินได้ไม่ดี อินซูลินมีหน้าที่นำน้ำตาลจากกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน เมื่อกระบวนการนี้บกพร่อง น้ำตาลจึงคั่งอยู่ในเลือดและก่อความเสียหายต่ออวัยวะต่าง ๆ เมื่อเวลาผ่านไป

รู้จักโรคและสาเหตุ

เบาหวานที่พบบ่อยที่สุดคือ ชนิดที่ 2 ซึ่งสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวที่มากเกินและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ร่างกายยังพอผลิตอินซูลินได้ แต่เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินน้อยลง (ภาวะดื้ออินซูลิน) ปัจจัยเสี่ยงที่ควรรู้ ได้แก่

  • น้ำหนักเกินหรืออ้วน โดยเฉพาะอ้วนลงพุง
  • ขาดการออกกำลังกาย และนั่งนิ่งเป็นเวลานาน
  • กินอาหารหวาน แป้ง และไขมันมากเป็นประจำ
  • มีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน (พันธุกรรม)
  • อายุมากขึ้น มีความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย

อาการที่ควรสังเกต

เบาหวานชนิดที่ 2 มักค่อยเป็นค่อยไปและไม่มีอาการชัดเจนในช่วงแรก หลายคนตรวจพบโดยบังเอิญจากการเจาะเลือด อาการที่พบได้เมื่อน้ำตาลสูงขึ้น ได้แก่

  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
  • กระหายน้ำมากผิดปกติ หิวบ่อย
  • อ่อนเพลีย น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • แผลหายช้า ติดเชื้อง่าย ตาพร่ามัว

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

อันตรายของเบาหวานไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขน้ำตาล แต่อยู่ที่ความเสียหายระยะยาวต่อหลอดเลือดและเส้นประสาทเมื่อควบคุมไม่ดี ภาวะแทรกซ้อนสำคัญ ได้แก่

  • ตา — เบาหวานขึ้นจอประสาทตา อาจนำไปสู่ตามัวหรือตาบอด
  • ไต — ไตเสื่อมเรื้อรัง จนถึงขั้นต้องฟอกไต
  • เส้นประสาท — ชาปลายมือปลายเท้า แผลที่เท้าหายยากจนเสี่ยงถูกตัดขา
  • หัวใจและหลอดเลือด — เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดและอัมพาต

ควบคุมเบาหวานได้ ด้วย 4 เสาหลัก

การดูแลเบาหวานยืนอยู่บนสี่เสาหลัก คือ อาหาร (ลดหวาน ลดแป้งขัดสี เพิ่มผักและใยอาหาร) ออกกำลังกาย สม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที ยา ตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง และ การตรวจติดตามน้ำตาล เป็นระยะ ทั้งสี่อย่างทำงานร่วมกันเพื่อให้น้ำตาลอยู่ในเกณฑ์และชะลอภาวะแทรกซ้อน

การป้องกันและดูแลตัวเอง

ไม่ว่าจะยังไม่เป็นหรือเป็นแล้ว การปรับพฤติกรรมคือหัวใจของการดูแลเบาหวาน เริ่มได้จากสิ่งใกล้ตัว

  • คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ลดน้ำหนักแม้เพียงเล็กน้อยก็ช่วยได้มาก
  • ลดเครื่องดื่มหวานและน้ำอัดลม เลือกข้าวกล้องหรือแป้งไม่ขัดสี
  • เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายที่ทำได้ต่อเนื่อง
  • งดบุหรี่ ลดเหล้า และนอนหลับให้เพียงพอ
  • ตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเป็นประจำ เพื่อรู้ตัวเลขของตัวเอง

คลินิกแพทย์อภิเดชดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยแพทย์ มีบริการตรวจสุขภาพ เจาะเลือดตรวจน้ำตาลและ HbA1c พร้อมติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้คุณควบคุมเบาหวานได้ตั้งแต่ใกล้บ้าน

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

  • น้ำตาลในเลือดสูงมาก ร่วมกับซึม สับสน หรือหายใจหอบลึก
  • อาการของน้ำตาลต่ำ: ใจสั่น เหงื่อแตก หน้ามืด หิวมาก จนเกือบหมดสติ
  • แผลที่เท้าบวมแดง มีหนอง หรือเป็นแผลเรื้อรังไม่หาย
  • ตามัวลงเฉียบพลัน หรือชาปลายมือปลายเท้าเพิ่มขึ้นชัดเจน
  • เจ็บหน้าอก แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที

คำถามที่พบบ่อย

เบาหวานหายขาดไหม?
เบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่ควบคุมได้ดีจนน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ปกติ บางรายที่ลดน้ำหนักและปรับพฤติกรรมได้มากอาจเข้าสู่ระยะสงบ (remission) และลดหรือหยุดยาได้ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ยังต้องตรวจติดตามต่อเนื่อง
กินหวานทำให้เป็นเบาหวานไหม?
การกินน้ำตาลโดยตรงไม่ใช่สาเหตุเดียว แต่การกินหวานและแป้งมากเกินไปจนน้ำหนักเกินและอ้วน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลินและเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ง่ายขึ้น
ควรตรวจน้ำตาลบ่อยแค่ไหน?
ผู้ที่ยังไม่เป็นเบาหวานแต่มีความเสี่ยง ควรตรวจน้ำตาลในเลือดอย่างน้อยปีละครั้ง ส่วนผู้ป่วยเบาหวานควรเจาะ HbA1c ทุก 3–6 เดือนตามที่แพทย์แนะนำ และบางรายอาจต้องเจาะปลายนิ้วเองที่บ้านตามแผนการรักษา

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากลูกมีอาการน่ากังวล กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรง

อยากคุมน้ำตาลให้อยู่หมัด? ปรึกษาเราได้

โทรหาคลินิก หรือแชทผ่าน Line เพื่อนัดตรวจสุขภาพ เจาะเลือดน้ำตาล และติดตามอาการเบาหวาน