หัวใจทำงานสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายตลอดเวลา และตัวหัวใจเองก็ต้องการเลือดไปเลี้ยงผ่านหลอดเลือดที่เรียกว่า "หลอดเลือดหัวใจ" เมื่อใดที่หลอดเลือดเหล่านี้เริ่มมีปัญหา การทำงานของหัวใจก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย
รู้จักโรคและสาเหตุ
โรคหัวใจที่พบบ่อยที่สุดคือ "โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ" ซึ่งเกิดจากการที่ไขมัน คอเลสเตอรอล และคราบต่าง ๆ ค่อย ๆ สะสมเกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจเป็นเวลาหลายปี ทำให้หลอดเลือดแคบลง เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง เมื่อหัวใจขาดเลือดก็จะแสดงอาการออกมา และหากคราบไขมันแตกออกจนเกิดลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลัน ก็จะกลายเป็น "ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน" ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจเสื่อมเร็วขึ้น ได้แก่
- ความดันโลหิตสูง — ทำให้ผนังหลอดเลือดบาดเจ็บและเสื่อมเร็ว
- เบาหวาน — ระดับน้ำตาลสูงเรื้อรังทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย
- ไขมันในเลือดสูง — โดยเฉพาะ LDL ที่เป็นตัวเร่งการสะสมคราบไขมัน
- การสูบบุหรี่ — หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่รุนแรงและพบบ่อยที่สุด
- ภาวะอ้วนและน้ำหนักเกิน มักมาพร้อมกับเบาหวานและไขมันสูง
- ความเครียดเรื้อรัง และการขาดการออกกำลังกาย
อาการที่ควรสังเกต
อาการของโรคหัวใจอาจค่อย ๆ เกิดขึ้นหรือมาแบบเฉียบพลันก็ได้ อาการที่พบบ่อยและไม่ควรมองข้าม ได้แก่
- เจ็บแน่นหน้าอก เหมือนมีของหนักกดทับ มักเป็นตอนออกแรงและดีขึ้นเมื่อพัก
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ หายใจไม่อิ่ม แม้ทำกิจกรรมเบา ๆ
- ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หน้ามืด เป็นลม
- บวมที่ขาหรือเท้า ร่วมกับเหนื่อยเวลานอนราบ
บางคนโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานอาจมีอาการไม่ชัดเจน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรตรวจสุขภาพหัวใจเป็นระยะ แม้จะยังรู้สึกสบายดี
ภาวะแทรกซ้อน
หากปล่อยให้หลอดเลือดหัวใจตีบมากขึ้นโดยไม่ดูแล อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (heart attack) ภาวะหัวใจล้มเหลวที่ทำให้เหนื่อยและบวมเรื้อรัง หัวใจเต้นผิดจังหวะที่อันตราย รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงของหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองนั้นเป็นกลุ่มเดียวกัน
สัญญาณหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน — โทรเรียกรถพยาบาลทันที
หากมีอาการเหล่านี้ อย่ารอดูอาการ ให้โทร 1669 หรือรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที เพราะทุกนาทีมีค่าต่อการช่วยชีวิตและรักษากล้ามเนื้อหัวใจ
- เจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง นานเกิน 15–20 นาที ไม่ดีขึ้นเมื่อพัก
- อาการเจ็บร้าวไปที่แขน (มักเป็นแขนซ้าย) กราม คอ หรือหลัง
- เหงื่อแตก ตัวเย็น หน้ามืด คลื่นไส้ ใจสั่น
- หายใจไม่อิ่ม หอบเหนื่อยมากผิดปกติ หรือหมดสติ
ป้องกันและดูแลหัวใจ
หัวใจที่แข็งแรงเริ่มต้นจากการดูแลปัจจัยเสี่ยงในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้ทำได้จริงและเห็นผล
- คุมปัจจัยเสี่ยง — ตรวจและควบคุมความดัน เบาหวาน และไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ ตามคำแนะนำของแพทย์
- เลือกอาหารที่ดีต่อหัวใจ — ลดของทอด ของมัน อาหารเค็มจัดและหวานจัด เพิ่มผัก ผลไม้ และปลา
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ — เดินเร็วหรือออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- เลิกบุหรี่ และจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียด
- ตรวจสุขภาพหัวใจเป็นระยะ — โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรืออายุ 35 ปีขึ้นไป
ตรวจหัวใจได้ที่คลินิกแพทย์อภิเดช
คลินิกของเราดูแลโดยแพทย์ มีบริการตรวจสุขภาพ เจาะเลือดดูระดับน้ำตาลและไขมัน ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และอัลตร้าซาวด์ ช่วยประเมินความเสี่ยงและความผิดปกติของหัวใจได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
