ลมพิษ (Urticaria) คือผื่นนูนแดงหรือเป็นปื้นนูนที่คันมาก ลักษณะเด่นคือ "ขึ้นเร็วและยุบเร็ว" ผื่นแต่ละจุดมักอยู่ไม่กี่ชั่วโมงแล้วจางหายไปโดยไม่ทิ้งรอย แต่สามารถขึ้นใหม่ที่ตำแหน่งอื่นได้ จึงเป็นผื่นที่มาเป็น ๆ หาย ๆ เกิดจากการที่ร่างกายหลั่งสารที่ทำให้หลอดเลือดผิวรั่วและบวมเป็นผื่น
สัญญาณแพ้รุนแรง — ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
หากลมพิษเกิดขึ้นพร้อมกับอาการเหล่านี้ ถือเป็น ภาวะแพ้รุนแรง (anaphylaxis) ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ต้องรีบไปโรงพยาบาลหรือโทรเรียกรถพยาบาลทันที
- หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ด
- บวมที่หน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ กลืนลำบาก เสียงแหบ
- เวียนศีรษะมาก หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น
- คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องรุนแรงร่วมกับผื่นที่ขึ้นเร็ว
ลมพิษเกิดจากอะไร
ลมพิษมีตัวกระตุ้นได้หลากหลาย และบางครั้งก็หาสาเหตุที่ชัดเจนไม่พบ ตัวกระตุ้นที่พบบ่อยได้แก่
- การแพ้อาหาร เช่น อาหารทะเล ถั่ว ไข่ นม หรือสารปรุงแต่งบางชนิด
- ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ
- แมลงกัดต่อย และการสัมผัสสารก่อแพ้
- อากาศร้อน-เย็น เหงื่อ ความเครียด หรือการติดเชื้อ และบางรายไม่ทราบสาเหตุ
การดูแลและรักษา
สำหรับลมพิษทั่วไปที่ไม่มีอาการแพ้รุนแรง การดูแลเน้นบรรเทาอาการคันและหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น
- หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่สงสัย และจดบันทึกสิ่งที่กินหรือสัมผัสก่อนเกิดผื่น
- กินยาแก้แพ้ตามที่แพทย์แนะนำเพื่อลดผื่นและความคัน
- หลีกเลี่ยงความร้อน การเกา และสวมเสื้อผ้าโปร่งสบาย
ลมพิษเฉียบพลันและเรื้อรัง
ลมพิษเฉียบพลันมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึงสัปดาห์ ส่วนลมพิษเรื้อรังจะเป็น ๆ หาย ๆ นานเกิน 6 สัปดาห์ ซึ่งมักควบคุมอาการได้ดีด้วยยาแก้แพ้ตามที่แพทย์ปรับขนาดให้ การพบแพทย์ช่วยให้ได้แผนการรักษาที่เหมาะสมและช่วยมองหาสาเหตุที่ซ่อนอยู่
การป้องกัน
เมื่อรู้ว่าตนเองแพ้อะไร ควรหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นอย่างเคร่งครัด แจ้งประวัติแพ้ยาและอาหารแก่แพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง ผู้ที่เคยมีอาการแพ้รุนแรงควรปรึกษาแพทย์เรื่องการเตรียมพร้อมรับมือ การจดบันทึกและสังเกตตัวกระตุ้นจะช่วยลดโอกาสเกิดลมพิษซ้ำ
ที่คลินิกแพทย์อภิเดช เราตรวจรักษาโรคผิวหนังรวมถึงลมพิษโดยแพทย์ ช่วยประเมินอาการ มองหาตัวกระตุ้น และให้ยาแก้แพ้ที่เหมาะสม รวมถึงให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองและการสังเกตสัญญาณอันตราย
