ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด ควบคุมสมดุลเกลือแร่ และช่วยควบคุมความดันโลหิต เมื่อไตค่อย ๆ เสื่อมลงเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน เราเรียกว่า "โรคไตเรื้อรัง" ซึ่งหากปล่อยไว้อาจลุกลามจนไตวายและต้องฟอกไตในที่สุด
รู้จักโรคและสาเหตุ
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคไตเรื้อรังในคนไทยคือ "เบาหวาน" และ "ความดันโลหิตสูง" ที่ควบคุมได้ไม่ดี ระดับน้ำตาลและความดันที่สูงเรื้อรังจะค่อย ๆ ทำลายหน่วยกรองเล็ก ๆ ในไตจนเสื่อมลงทีละน้อย นอกจากนี้ยังมีสาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ที่เร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น
- เบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่คุมได้ไม่ดี — สาเหตุอันดับต้น ๆ
- การกินยาหรือสมุนไพรไม่เหมาะสม — เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ ยาชุด หรือสมุนไพรที่ไม่ทราบส่วนประกอบ
- การกินเค็มจัด — ทำให้ความดันสูงและไตทำงานหนักขึ้น
- นิ่วในไต การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ ๆ และโรคไตจากพันธุกรรม
อาการที่ควรสังเกต
จุดที่ทำให้โรคไตเรื้อรังน่ากลัวคือ "ระยะแรกมักไม่มีอาการ" ผู้ป่วยจำนวนมากตรวจพบโดยบังเอิญจากการเจาะเลือดและตรวจปัสสาวะในการตรวจสุขภาพประจำปี เมื่อโรคดำเนินไปถึงระยะหลัง จึงเริ่มมีอาการที่ชัดเจนขึ้น
- บวมตามตัว โดยเฉพาะที่ขา เท้า หรือรอบดวงตาตอนเช้า
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ซีด เบื่ออาหาร
- ปัสสาวะผิดปกติ — ปัสสาวะเป็นฟอง ปัสสาวะกลางคืนบ่อย หรือปริมาณน้อยลง
- คันตามตัว ความดันโลหิตคุมยากขึ้น
เพราะอาการมักมาช้า การตรวจเลือดและปัสสาวะเป็นประจำจึงสำคัญมาก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานหรือความดัน
ภาวะแทรกซ้อน
เมื่อไตเสื่อมมากขึ้น ของเสียและน้ำจะคั่งในร่างกาย ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง เช่น ภาวะซีดจากการที่ไตสร้างฮอร์โมนกระตุ้นเม็ดเลือดได้น้อยลง กระดูกบางและเปราะ เกลือแร่ผิดปกติ (โดยเฉพาะโพแทสเซียมสูงซึ่งอันตรายต่อหัวใจ) ความดันโลหิตสูงที่คุมยาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด หากถึงระยะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจะต้องรักษาด้วยการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต
อาการที่ควรรีบพบแพทย์
หากมีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานหรือความดันอยู่แล้ว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินการทำงานของไต
- บวมมากขึ้นชัดเจน ทั้งที่ขา เท้า ใบหน้า หรือทั้งตัว
- ปัสสาวะออกน้อยลงมาก หรือปัสสาวะมีเลือดปน
- เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก นอนราบไม่ได้
- คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหารมาก หรือซึมลง
ชะลอไตเสื่อมและดูแลตัวเอง
แม้เนื้อไตที่เสียไปจะไม่ฟื้นกลับ แต่เราสามารถ "ชะลอ" การเสื่อมของไตให้ช้าลงได้มาก หากดูแลตัวเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ
- คุมโรคประจำตัว — ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ตามคำแนะนำของแพทย์ กินยาสม่ำเสมอ
- ลดเค็ม — ลดอาหารรสจัด อาหารแปรรูป น้ำปลา ซีอิ๊ว และของหมักดอง
- หลีกเลี่ยงยาที่ทำร้ายไต — งดซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาชุด และสมุนไพรที่ไม่ทราบส่วนประกอบมากินเอง ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง
- ดื่มน้ำให้เหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก งดบุหรี่ และออกกำลังกายพอเหมาะ
- ตรวจไตเป็นประจำ — เจาะเลือดและตรวจปัสสาวะตามที่แพทย์แนะนำ
ตรวจสุขภาพไตได้ที่คลินิกแพทย์อภิเดช
คลินิกของเราดูแลโดยแพทย์ มีบริการตรวจสุขภาพ เจาะเลือดดูค่าการทำงานของไต ระดับน้ำตาลและไขมัน ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และอัลตร้าซาวด์ ช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติของไตได้ตั้งแต่ระยะแรกที่ยังไม่มีอาการ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลโรคประจำตัว
