อาหารเป็นพิษและท้องเสียพบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนที่อาหารบูดเสียได้ง่าย ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันหากดูแลอย่างถูกต้อง สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายกว่าตัวอาการถ่ายเหลวเอง
รู้จักโรคและสาเหตุ
อาหารเป็นพิษเกิดจากการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส หรือสารพิษที่เชื้อสร้างขึ้น มักมาจากอาหารที่ปรุงไม่สุก ทิ้งไว้นานในอุณหภูมิห้อง อาหารค้างคืน หรืออาหารที่เก็บไม่สะอาด เมื่อเชื้อหรือสารพิษเข้าสู่ทางเดินอาหาร ร่างกายจะตอบสนองด้วยการอาเจียนและถ่ายเหลวเพื่อขับออก
อาการ
อาการมักเริ่มภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–2 วันหลังกินอาหารที่ปนเปื้อน ได้แก่
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดบิดท้อง ปวดมวนท้อง
- ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง บางรายมีไข้ต่ำ ๆ ร่วมด้วย
- อ่อนเพลีย เนื่องจากเสียน้ำและเกลือแร่
การดูแลตัวเอง
หัวใจของการดูแลคือ "ทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป" จึงควรจิบสารละลายเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อย ๆ ไม่ควรอดอาหาร และค่อย ๆ กลับมากินอาหารอ่อนย่อยง่ายเมื่ออาเจียนน้อยลง
- จิบ ORS ทีละน้อยบ่อย ๆ ทดแทนน้ำที่เสียไป ไม่ควรดื่มน้ำหวานจัดแทน
- กินอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก กล้วย ขนมปัง พักผ่อนให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงอาหารมัน รสจัด นม คาเฟอีน และแอลกอฮอล์จนกว่าอาการจะดีขึ้น
อย่ารีบกินยาหยุดถ่าย
การถ่ายเป็นกลไกที่ร่างกายขับเชื้อและสารพิษออก โดยทั่วไปจึงไม่แนะนำให้รีบกินยาหยุดถ่าย โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ สิ่งสำคัญกว่าคือการจิบ ORS ทดแทนน้ำที่เสียไป หากมีไข้สูงหรือถ่ายเป็นมูกเลือด ควรพบแพทย์ก่อนใช้ยา
การป้องกัน
อาหารเป็นพิษป้องกันได้ด้วยหลักง่าย ๆ คือ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" — เลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่และร้อน ใช้ช้อนกลางเมื่อกินร่วมกัน ล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ เก็บอาหารในตู้เย็นอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารที่ทิ้งไว้นานหรือมีกลิ่นผิดปกติ และดื่มน้ำสะอาด
ที่ คลินิกแพทย์อภิเดช มีแพทย์ตรวจรักษาอาการอาหารเป็นพิษและท้องเสีย พร้อมประเมินภาวะขาดน้ำ มีบริการเจาะเลือดตรวจหาการติดเชื้อในกรณีที่จำเป็น และให้คำแนะนำการป้องกันรวมถึงวัคซีนที่เกี่ยวข้อง หากอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น สามารถปรึกษาเราได้
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์
- ถ่ายเหลวหรืออาเจียนรุนแรงจนกินดื่มไม่ได้ หรืออาเจียนทุกครั้งที่ดื่มน้ำ
- มีไข้สูง ปวดท้องมาก หรือถ่ายเป็นมูกเลือด
- สัญญาณขาดน้ำ — ปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะน้อยลงชัดเจน อ่อนเพลียมาก ซึม
- เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว ควรพบแพทย์เร็วขึ้น
